2/25/2552

HI5 GVU CAMP2009

ตัวอย่าง HI5 สำหรับการประกวด Global Vision U Camp 2009

ในหัวข้อ My Future,inspired by Global Vision

(ประสบการณ์ต่างประเทศ กับ อนาคตของฉัน)

ตัวอย่าง

http://aupairthailandcontest.hi5.com

Friend Gets Friend!!!!!!!!!!!!!!!

**คลิกบนรูปเพื่อดูรายละเอียด**

มาแล้ววววววววววว......
ออแพร์ไทยแลนด์ กับ FRIEND GETS FRIEND PROGRAM !

พาเพื่อนมาสมัครเข้าร่วมโครงการมาก มีสิทธิลุ้นรับของรางวัลมากกกกกกกกกกกกกกกก

ได้แก่ บัตรชมภาพยนต์เครือ Major Cineplex / บัตรโทรศัพท์ โทรกลับไทย / Pocket money
และ ฟรี ค่าประกันโครงการ เป็นต้น

วันนี้ ถึง 9 พฤษภาคม 2552 นี้เท่านั้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่พี่ๆออแพร์ไทยแลนด์ทุกสาขาจ้า

1/30/2552

เศษฐกิจไม่ดี มีผลต่อการเป็นออแพร์ในอเมริกามั๊ย??

คำถามหลั่งไหลกันมามากมายเหลือเกินในช่วงนี้ ทั้งทางโทรศัพท์ ทางอีเมลล์ จน พี่ๆ ตอบกันไม่หวาดไม่ไหว..555

วันนี้พี่ขอยกคำถามที่ติดโผ 1 ใน 3 คำถามประจำวัน นั่นก็คือ...

" เศรษฐกิจอเมริกาไม่ดี แล้วจะมีผลต่อพวกหนูที่เป็นออแพร์มั๊ยคะ??????? "

เจอคำถามนี้เข้าไป...วันละเกือบร้อยสาย...ขอตอบได้อย่างมั่นใจได้เรยว่า...

" ไม่มีผลกระทบต่อออแพร์แน่นอนค่ะ... เพราะออแพร์ยังได้สิทธิต่างๆครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ค่าตอบแทนรายสัปดาห์ $176.85 (ซึ่งตรงส่วนนี้รัฐบาลอเมริกาจะเพิ่มค่าเเรงขึ้นต่ำทุกปีค่ะ...กำลังจะขึ้นเป็น $195.75 วันที่24 กรกฎาคม 2552 นี้จ้า ), ทุนการศึกษา $500 ,ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพ-สหรัฐอเมริกา ฯลฯ โดยทาง Cultural Care Au Pair เองก็จะมีการตรวจสอบครอบครัวอุปถัมภ์ ก่อนที่จะเข้าโครงการด้วย ว่าเค้าสามารถรับออแพร์อย่างเราๆไปอยู่ได้เป็นปีๆจนจบครบโครงการ โดยครอบครัวอุปถัมภ์ต้องจ่ายเงินค่าเข้าร่วมโครงการตลอดปี ก่อน จึงจะสามารถเข้าโครงการเป็นโฮสต์แฟมิลีของ Cultural Care Au Pair อย่างสมบูรณ์จ้า"

เอ้า...เห็นกันอย่างนี้แล้ว ก็รับรองได้ว่าโฮสต์ที่น้องๆจะไปอยู่ด้วยไร้ปัญหาพิษเศรษฐกิจแน่นอน :)

1/27/2552

ทำไมต้องขับรถ มีใบขับขี่ ?

ทำมั๊ย ทำไม ออแพร์ต้องขับรถด้วยคะพี่ แล้วออแพร์อย่างหนูขับรถไม่เป็นจะเข้าร่วมโครงการณ์ออแพร์ได้ไหมเนี่ย?

ขอยกมือสูงๆ แล้วตอบค่ะ...ว่า การขับรถได้เป็นหนึ่งในคุณสมบัติอีกหลายๆข้อของการเป็นออแพร์ค่ะ ซึ่งหลายๆคนอาจจะยังไม่เคยขับรถจับพวงมาลัยมาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ก็สามารถสมัครเข้าสอบ สัมภาษณ์และซื้อเอกสารใบสมัครจากออแพร์ไทยแลนด์เพื่อเข้าร่วมโครงการได้ค่ะ

***โดยน้องๆต้องได้ใบขับขี่ เพื่อนำมาเป็นเอกสารประกอบใบสมัคร พร้อมชุดเอกสารการสมัครจากออแพร์ไทยแลนด์ค่ะ***

แสดงว่ามือใหม่หัดขับก็สามารถสมัครได้ใช่ไหมคะ แล้วออแพร์ควรมีใบขับขี่ก่อนส่งเอกสารการสมัครนานเท่าไหร่คะ?

อันนี้พี่ๆขอตอบว่า น้องๆทุกคนจะทราบรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับตัวโครงการอยู่แล้วว่า ผู้สมัครต้องสามารถขับขี่รถยนต์ได้ เพราะฉะนั้นหลังจากที่รู้แล้วว่าจะเข้าโครงการณ์แน่ๆ น้องๆควรไปเรียนขับรถ และ สอบใบขับขี่ ให้ได้ก่อนส่งใบสมัครจ้า..

ซึ่งได้ใบสมัครก่อน นานเท่าไหร่...ขอตอบว่า ยิ่งนานยิ่งดี เพราะโฮสต์แฟมิลี่จะเป็นคนอ่านโพรไฟล์ของน้องๆออแพร์เพื่อเป็นตัวตัดสินใจในการโทรมาสัมภาษณ์น้องๆจ้า เช่น คนที่เพิ่งได้ใบขับขี่ 1 เดือน กับ 6เดีอนก่อนส่งใบสมัคร โฮสต์แฟมิลี่ที่เข้ามาอยากได้ออแพร์ที่ขับรถไปรับ ส่งเด็กๆได้.. โฮสต์ก็ต้องพิจารณาคนที่ได้ใบขับขี่มานานกว่าก่อน เป็นต้น

โหๆๆๆ แต่ถ้าออแพร์ขับรถมาน๊านนานๆๆๆ แต่ว่ายังไม่มีใบขับขี่ล่ะคะ..อย่างงี้ก็เสียเปรียบสิคะ?

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ค่ะ..เพราะน้องออแพร์หลายคนขับรถมานาน แต่ไม่เคยไปสอบใบขับขี่ อันนี้น้องสามารถเขียนในเอกสารการสมัครได้ค่ะว่าเรียนขับรถ หรือ ขับรถมานานเท่าไหร่แล้ว มีความมั่นใจแค่ไหนที่จะขับรถ เป็นส่วนที่น้องสามารถเขียนเพิ่มเองได้จ้า!!!!

แล้วใบขับขี่อินเตอร์ล่ะคะ...จำเป็นต้องมีด้วยรึเปล่า???

ก่อนเดินทาง...น้องๆออแพร์ทุกคนทั้งที่โฮสต์ต้องการให้ขับรถ และที่ไม่ต้องการให้ขับรถ ต้องมีใบขับขี่อินเตอร์พกติดตัวไปด้วยค่ะ.. เพราะว่าถ้าไม่มี น้องๆไม่สามารถขับรถได้เลยแม้จะขับรถได้ก็ตาม....หรือเผื่อกรณีฉุกเฉินที่ต้องขับรถ ก็จะได้ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะที่อเมริกา คนขับรถจะต้องมีใบขับขี่รัฐหรือใบขับขี่สากลจึงจะสามารถขับรถได้ค่ะ

**** ซึ่งน้องที่มีใบขับขี่ไทยมามากกว่า 1 ปี สามารถไปที่กรมการขนส่งและขอทำใบขับขี่อินเตอร์ได้เลย ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 550 บาท ...ส่วนน้องที่ใบขับขี่ไทย น้อยกว่า 1 ปี...สอบถามที่พี่ๆออแพร์ไทยแลนด์ค่ะ*****

อีกอย่าง...ข้อดีของออแพร์ที่ขับรถ คือน้องๆจะได้ไปไหนก็ได้ ไม่ต้องรอโฮสต์แฟมิลี่ไปส่งหรือรอเพื่อนๆมารับที่บ้านจ้า หรือช่วงวันหยุด ออแพร์อาจอยากขับรถกับเพื่อนๆไปที่ต่างๆ ก็สามารถเช่ารถขับได้อีกด้วย

รู้อย่างนี้แล้ว...ฝึกขับรถกันให้เชี่ยวๆ ดีกว่าเนอะ!!! :)

การเก็บชั่วโมงเลี้ยงเด็ก.....

กว่าจะได้เป็นออแพร์เต็มตัวนั้น น้องๆจะต้องผ่านการฝึกฝน การเลี้ยงเด็ก การดูแลเด็กมาแล้ว อย่างน้อยยยยยย สุดๆ คือ 400 ชั่วโมง!!!

โดยตรงส่วนนี้เองเราเรียกเป็นภาษาอังกิด ว่า Childcare Experience

น้องๆที่จะเป็นออแพร์ต้องมีชั่วโมงการเลี้ยงเด็ก แบ่งเป็น

1. แรกเกิด - 2 ขวบ อย่างน้อย 200 ชั่วโมง

2. 2 ขวบ ขึ้นไป (ไม่ควรเกิน 10 ขวบ)อีกอย่างน้อย 200 ชั่วโมง

***โดยน้องๆ สามารถเริ่มนับ Childcare Experience ได้ตั้งแต่น้องๆออแพร์อายุ 15 ปีบริบูรณ์***

แล้วจะไปเก็บ Childcare Experience จากไหน?

อันนี้พี่ๆขอตอบว่า...ที่ไหนก็ได้ ตามที่น้องสะดวก เด็กที่ไหนก็ได้ เช่น ลูกพี่ลูกน้อง,ญาติ,เพื่อนบ้าน, เด็กแถวๆบ้าน,เนอรสเซอรี่,โรงเรียนอนุบาล,โรงพยาบาล ที่มีรับดูแลเด็ก,ที่สอนกวดวิชาเด็กเล็ก ฯลฯ โดยน้องสามารถเอา Childcare Experience paper จากเอกสารชุดใบสมัครค่า

***การที่น้องๆไปเก็บชั่วโมงนั้น..เด็กๆที่ออแพร์ดูแล อาจเป็น 1 คน หรือเป็นกลุ่มก็ได้ โดยถือการดูแลนั้น เป็น 1 Childcare Experience เช่น ฝึกเลี้ยงลูกพี่ลูกน้อง เด็ก 3เดือน กับเด็ก 5ขวบ เลี้ยงด้วยกัน ถือเป็น 1 Childcare Experience เป็นต้น ***

อย่าลืมว่าการเก็บชั่วโมงเลี้ยงเด็ก...ก็เป็นตัวสำคัญที่ โฮสต์แฟมิลี่ให้ความสำคัญม๊ากมากกกกก นะจ๊ะ เช่น คนที่เลี้ยงเด็กเป็นกลุ่ม โฮสต์ย่อมให้ความไว้วางใจมากกว่าน้องที่เก็บชั่วโมงแต่เด็กคนเดียว เป็นต้นจ้า

GOOD NEWS และ การขอวีซ่า USA และคำถามที่มักเจอในการสอบสัมภาษณ์วีซ่า!!!

หลังจากที่น้องๆได้คุย กับโฮสต์แฟมิลี่ จนถูกอกถูกใจกันแล้วก็ทำการตกลงปลงใจไปอยู่ด้วยกัน เราเรียกว่า การแมทช์ (Match)โดยทางโฮสต์จะแจ้งทาง Cultural Care Au Pair เพื่อส่งจดหมายรับรองการแมทช์ หรือที่เราเรียกว่า "GOOD NEWS!!!" มาให้น้องทาง Email หลังจากแมทช์กับโฮสต์แล้วก็ มีเรื่องที่เราๆ ชาวออแพร์หน้าใหม่ต้องทำกันต่อ นั่นก็คือ "การขอวีซ่า"

ขั้นตอนของมันเริ่มจากไหน??? กว่าน้องๆจะได้ไปขอวีซ่า พี่ๆออแพร์ไทยแลนด์ก็มีหน้าที่ตามติดกับน้องๆ และทาง Cultural Care Au Pair ตลอดค่ะ..

หลังจากที่น้องๆ ได้ Email: GOOD NEWS!!! จาก Cultural Care Au Pair น้องๆจะได้รับการคอนเฟิร์มจากพี่ๆออแพร์ไทยแลนด์ ก่อนเสมอค่ะ แล้วหลังจากนั้น ออแพร์ใหม่กิ๊ก ก็จะได้ Email อีกฉบับจากทางออแพร์ไทยแลนด์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลและขั้นตอนการขอวีซ่า ของน้องๆ ทั้งหมดค่ะ!!!!!

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขอวีซ่า จากบอร์ดออแพร์ไทยเเลนด์ได้แก่...

1. เอกสารที่ต้องใช้ขอ Visa มีอะไรบ้างค่ะ

เอกสารที่ต้องใช้ขอวีซ่าก็จะมีหลายตัว เช่น Sevis Fee, DS-156,DS-157,DS-158,พาสพอร์ต , ทะเบียนบ้าน Book Bank,เอกสารของสปอนเซอร์ ,เอกสารรับรองการศึกษา เป็นต้น แต่ไม่ต้อง
ห่วงนะคะ เพราะว่าตอนที่น้องๆขอวีซ่า พี่ๆจะเป็นคนดูแลโดยการบอกว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้าง (ทาง Email นะจ๊ะ!!!!!!!!)

2. Book bank ใช้ book ของบัญชีเงินเดือนเข้าได้มั้ยค่ะ แต่ว่าเงินอาจจะไม่เหลือติดบัญชีเท่าไหร่
นะค่ะ หรือว่าเป็น book bank ที่มีเงินเหลือติดบัญชีไว้อ่ะค่ะ แล้วถ้าเป็นแบบเหลือติดบัญชี ต้องมีเงิน อยู่ซักเท่าไหร่อะค่ะ

น้องๆสามารถใช้ Book Bank ของคุณพ่อคุณแม่ หรือญาติดีกว่าค่ะ ไม่แนะนำให้ใช้บัญชีเงินเดือนที่มีเงิน
เหลือติดบัญชี เพียงเล็กน้อย และในบัญชีคุณพ่อคุณแม่ หรือญาติก็สมควรมีเงินในบัญชีย้อนหลังประมาณ 1 แสนด้วย แต่ไม่จำเป็นว่า ต้องใช้บัญชีเดียวนะคะ สามารถเอาของหลายๆคนมารวมกันให้ครบแสนนึงก็ได้จ้ะ!!!

3.แล้วจำเป็นไหมค่ะ ที่ต้องมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

ก็จำเป็นนะคะ เพราะ ถ้าก่อนเราไปขอวีซ่า แล้วจู่ๆมีเงินโผล่มา 1 แสน มันคงดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไรนัก ซึ่งเงินหมุนเวียน ไม่ได้จำเป็นต้องหมุนเวียนถึง แสน อาจจะแค่ไม่กี่พัน หรือหมี่น ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่ทันจริงๆ ก็พยายามทำให้ได้เยอะที่สุด เท่าที่จะทำได้ดีกว่านะคะ!!!!!!!!

4.เงินที่โซว์ในบุ๊คแบงค์นั้น เราต้องมีโชว์ให้เค้าดูตลอด หรือว่าพอเราทำเรื่องขอวีซ่าผ่านแล้ว
เราก้อไม่จำเป็นต้องมีเงิน ก้อนนี้อยู่ในธนาคารอีกคะ

เงินที่อยู่ในบุ๊ค สามารถถอนออกได้ทันทีหลังจากที่ขอวีซ่าแล้วค่ะ

5.ถ้าเราเอาของเพื่อนแม่หรือเพื่อนพ่อที่สนิทม๊ากมากๆๆๆ จะได้ไหมคะ จะเอาญาติ หรือคนที่ไม่ใช่ญาติ แต่สนิทกันก็ได้ค่ะ แต่ว่าจะต้องเตรียมการตอบคำถามให้ดี
ในกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่เค้าถาม ถึงความสัมพันธ์ด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้น อาจมาตกม้าตายเอาตอนจบก็ได้

***เรื่อง book bank ที่น้องๆกัวกันอะ เหมือนแค่เอาไปเป็นไม้กันหมา แต่ร้อยละ 95 เจ้าหน้าที่ไม่เคยสนใจดู
book bank ของน้องๆเลย แต่หนักไปเรื่องการถามคำถามมากกว่า ดังนั้น เอาเวลาไปดูแลภาษาดีกว่าจ้า***

ตัวอย่างคำถามที่เจ้าหน้าที่สถานทูตเค้าชอบถามมาแชร์กะเพื่อนๆออแพร์ ด้วย

1. จะไปทำอะไร ทำไมอยากเป็นออแพร์

2. Host family ชื่ออะไร อยู่รัฐไหน เด็กกี่คน อายุเท่าไหร่

3. มีประสบการณ์เลี้ยงเด็กอะไรบ้าง

4. ถ้าเด็กไม่สบาย เกิดอุบัติเหตุ จะทำยังงัย

5. กลับมาแล้วจะทำงานอะไร

***งานนี้ ตอบแบบมั่นใจ๊ มั่นใจ พร้อมกับบุคลิกที่ดี เสื้อผ้าหน้าผมสุภาพ แค่นี้ก็สบาย ผ่านฉิวแล้วจ้า****

ขอบคุณ...สำหรับคำถาม คำตอบให้เราก๊อบเอามาลงบล๊อกจ้า

1/24/2552

ออแพร์คืออะไร ไปกับใคร ปลอดภัยรึเปล่า..เรียนที่ไหน แล้วมีปัญหาที่โน่นทำไงดี?

อย่าลืมติดตาม การประกวด Global Vision U Camp 2009 ที่บล๊อกนี้จ้า!!!

น้องๆหลายคนถามมาว่า..ออแพร์คืออะไรคะพี่?

ออแพร์คือพี่เลี้ยงเด็กค่ะ...โดยที่ออแพร์จะไปไปในฐานะ นักเรียนแลกเปลี่ยน(กับ วีซ่า J-1) ไปอยู่กับโฮสต์แฟมิลี่(ครอบครัวอุปถัมภ์) โดยออแพร์มีหน้าที่ในการเลี้ยงเด็ก(ลูกๆของครอบครัวอุปถัมภ์) ไม่เกิน 45 ชม.ต่อสัปดาห์และ ไม่เกิน 10ชม.ต่อวัน โดยที่ออแพร์ต้องเรียนอย่างน้อย 6 หน่วยกิตด้วยค่ะ

แล้วโครงการนี้ปลอดภัย และเชื่อถือได้มั๊ยคะ ?

อันนี้พี่ขอตอบเลยว่าปลอดภัย 100% เพราะ โครงการออแพร์อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐบาลอเมริกาจ้า ซึ่งปัจจุบันมีออแพร์จากประเทศอื่นๆทั่วโลก รวมถึงออแพร์ไทย เป็นออแพร์ในสหรัฐอเมริกาจำนวนนับไม่ถ้วนแล้วค่า 555 อีกทั้ง Cultural Care Au Pair มีการตรวจเช็ค ครอบครัว ที่จะเข้าร่วมโครงการกับ Cultural Care Au Pair โดยจะมีการส่งคนไป พูดคุย,เช็คสภาพที่อยู่อาศัย ว่ามีความเหมาะสมที่จะรับออแพร์มาอยู่ด้วยหรือไม่ มีการเช็คบุคคลอ้างอิงของครอบครัวนั้นๆ ฯลฯ จนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดของทาง Cultural Care Au Pair.

ในทางกลับกัน ทางเรา ออแพร์ไทยเเลนด์ก็มีการเช็ค คุณสมบัติของน้องๆออแพร์ เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ตามกฏของโครงการออแพร์ เหมาะสมกับการเป็นออแพร์ยังประเทศสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกัน..เรียกว่าต่างคนต่างเช็คจ้า!!!!

แล้วหนูจะไปเรียนที่ไหนล่ะคะพี่ แล้วจะลงเรียนได้ตอนไหน?

ตรงส่วนนี่โฮสต์แฟมิลี่ และ LCC (Local Childcare Coordinator) จะเป็นคนบอก เพราะว่าพวกเค้าเเหล่านั้นเป็นคนพื้นที่ค่ะ..555 ซึ่งเมื่อออแพร์เดินทางเข้าบ้านโฮสต์แล้ว LCC จะติดต่อมาภายใน 3 วัน และจะเข้ามาพบที่บ้าน พร้อมๆกับบอกรายละเอียดต่างๆ กับออแพร์และโฮสต์แฟมิลี่อีกครั้งค่ะ ซื่งเรื่องเรียนนั้น...ออแพร์ทุกคนได้เรียนแน่นอนเพราะฉะนั้น สบายใจหายห่วงค่า!!!!! แต่ว่าเรียนช่วงไหนขึ้นอยู่กับตารางการทำงานของออแพร์ และ ช่วงเวลาที่คอร์สที่เราสนใจต่างๆเหล่านั้นจะเปิด ค่ะ โดยโฮสต์แฟมิลี่จะเป็นคนรับผิดชอบค่าเล่าเรียน $500 ซึ่งเราจะใช้หมด หรือไม่หมดก็ได้(ส่วนมากแล้ว..ใช้หมด $500 แน่นอน..)

น้องหลายคนถามมาว่า....พี่ หนูจะลือกเอเจนไหนดีล่ะ?

ในฐานะที่เป็น ออแพร์มาก่อนขอตอบว่า..."ไม่รู้ พี่ก็ตอบไม่ได้เหมือนกันน้อง..แต่เอาเป็นว่า เลือกที่ที่น้องๆคิดว่า เค้าสามารถดูแลให้คำปรึกษาเราได้ คุยแล้วคลิก(ว่าไปโน่น) ไปด้วยแล้วเสี่ยงน้อยๆ มีปัญหาอะไรก็ช่วยได้ทันเวลาฯลฯซึ่งแต่ละเอเจนซี่มีความแตกต่างกันไปตามระบบการทำงาน การดูแลออแพร์ก็แตกต่างกัน...ตั้งแต่เหยียบเท้าเข้าไปหาแต่ละเอเจนซี่ ความรู้สึกหลังจากได้คุยกับเจ้าหน้าที่ก็แตกต่างกันไป...เลยบอกได้แค่ว่า..ชอบอันไหนก็ไปกับอันนั้น!!!! แต่ไหนๆก็มาแล้วเลือกเอเจนนี้เลยสิ...ฮ่าๆๆ "

แล้วถ้าไปแล้วมีปัญหา ทำไงดีล่ะคะ ..แล้วออแพร์ที่ไปมีปัญหาเยอะมั้ยพี่?

อันนี้ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ เพราะทาง Cultural Care Au Pair มีเจ้าหน้าที่ดูแลออแพร์ ตลอด 24 ชั่วโมง นั่นก็คึอ LCC ซึ่ง LCC จะเป็นเหมือนพี่เลี้ยง และเพื่อน ตลอดระยะการเป็นออแพร์ของน้องๆออแพร์ โดย LCCจะอาศัยอยู่ใกล้ๆระแวกบ้านน้องๆนั่นเองถ้าน้องมีปัญหาเกิดขึ้นไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่...พี่แนะนำให้น้องๆคุยกับโฮสต์แฟมิลี่ก่อนเสมอค่ะ เพราะบ่อยครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน..ถ้าคุยกันแล้วไม่เข้าใจจริงๆ LCC จะเข้ามาช่วยคุยด้วยอีกแรง

แล้วถ้าอยู่ด้วยกันต่อไปไม่ได้ล่ะคะ..จะทำยังไงดี?

อันนี้ต้องดูเหตุผลหลายๆอย่างประกอบกัน โดย LCC ของน้องๆ จะเป็นคนเข้ามาไกล่เกลี่ยปัญหา ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้จริงๆเราก็จะมีการเปลี่ยนครอบครัว( หรือที่เราเรียกว่า Rematch ) โดยออแพร์จะมีเวลา 2 สัปดาห์ในการหาครอบครัวใหม่ถ้าหาครอบครัวใหม่ไม่ได้ ออแพร์จะต้องกลับบ้านค่ะ โดยทาง Cultural Care Au Pair จะเป็นผู้ออกค่าเครื่องบินให้ทั้งหมด!!!

แสดงว่า ยังไงออแพร์ก็ได้ตั๋วเครื่องบินใช่ไหมคะ?

ถูกต้องแล้วค่า...ตรงนี้เองที่เป็นข้อเด่นของ Cultural Care Au Pair...คือน้องๆทุกคน ที่เข้าโครงการกับ Au Pair Thailand จะได้ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-สหรัฐอเมริกา แน่นอนค่า!!!!!!

1/21/2552

ทำไมต้องออแพร์ไทยแลนด์

เรา "ออแพร์ไทยแลนด์" เป็นตัวแทนแห่งเดียวของ CULTURAL CARE AU PAIR ซึ่งเป็นองค์กรออแพร์อันดับ 1 ในอเมริกา อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ( U.S. Department of State Bureau of Educational and Cultural Affairs :http://exchanges.state.gov )
โดยมีสำนักงานใหญ่ อยู่ที่ Cambridge,Massachusetts มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก มีครอบครัวอุปถัมถ์ (โฮสต์แฟมิลี)มากที่สุด พร้อมกับการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาการเป็นออแพร์!!!
ออแพร์จะได้รับวีซ่า ประเภท J-1 ( Cultural Exchange vitsitor )
โดยตลอดปีมีออแพร์จากประเทศต่างๆทั่วโลก เข้าร่วมโครงการกับ CULTURAL CARE สูงสุดมานานกว่า 20ปี ประเทศต่างๆเหล่านั้น ได้แก่
Argentina,Australia,Austria,Bolivia,Bosnia,Brazil,Bulgaria,
Chile,China,Colombia,Costa Rica,Croatia,Czech Republic,
Denmark,Ecuador,El Salvador,Estonia,Finland,France,Germany,
Guatemala,Hungary,India,Kazakhstan,Mexico,Moldova,Montenegro, Nepal,Nicaragua,Norway,Panama,Peru,Poland,Romania,Russia,
Serbia,Slovenia,South Africa,SouthKorea,Sweden,Switzerland,
Thailand,Turkey,Ukraine และ Venezuela
สิ่งที่จะได้รับจากการเข้าร่วมโครงการออแพร์กับเรา 1. ตั๋วเครื่องบินไป - กลับ (กรุงเทพฯ- สหรัฐอเมริกา) 2. รายได้ประจำสัปดาห์ $ 176.85 3. ทุนการศึกษา $500 4. ประกันสุขภาพตลอดระยะการเป็นออแพร์ 5. วันหยุดพักผ่อน 2 สัปดาห์ 6. การดูแลช่วยเหลือ ตลอด 24 ชม. จากเจ้าหน้าที่ Cultural Care Au Pair ที่อเมริกา 7. การอบรมก่อนเข้าสู่บ้านครอบครัวอุปถัมภ์ พร้อมกับออแพร์จากนานาประเทศ ที่ St' John University,New York ฟรี! นอกเหนือจากนั้น ออแพร์ยังได้รับประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศ ได้ท่องเที่ยว ไปยังส่วนต่างๆของอเมริกา ได้พบปะเพื่อนใหม่จากนานาประเทศ และ พัฒนาการทางภาษาอังกฤษ!!!!!

1/09/2552

Global Vision U Camp 2009!!!!!!!

ออแพร์ไทยแลนด์ร่วมกับมหาวิทยาลัยในเครือข่ายจัดโครงการ "Global Vision U Camp 2009 by Au Pair Thailand" เพื่อเปิดมุมมองด้านการต่างประเทศให้แก่นิสิต - นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมค่าย GVU Camp และหาผู้พิชิตฝันชิงทุนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมออแพร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 1-2 ปี และทุนการศึกษา รวมมูลค่า 600,000 บาท !!!!!!!!!

โดย ค่าย GVU Camp จะจัดเป็นกิจกรรม One Day Camp ทั้งสิ้น 4 ครั้ง ระหว่างเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2552 ดังนี้

26 เม.ย. 2552 GVU Camp รุ่นที่ 1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนบน (จ.ขอนแก่น)

16 พ.ค. 2552 GVU Camp รุ่นที่ 2 กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และรังสิต (จ.กรุงเทพฯ)

23 พ.ค. 2552 GVU Camp รุ่นที่ 3 ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (จ.ชลบุรี)

24 พ.ค. 2552 GVU Camp รุ่นที่ 4 ภาคเหนือและภาคกลาง (จ.พิษณุโลก) ในแต่ละค่ายจะมีนิสิต - นักศึกษาเข้าร่วม จำนวนรุ่นละ 20 คน รวมผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 80 คน!!!

ขั้นตอนการเข้าร่วมกิจกรรม กติกา และการคัดเลือกผู้เข้าประกวด

ออแพร์ไทยแลนด์จะคัดเลือกนิสิต - นักศึกษาเพื่อไปร่วมค่าย GVU Camp ผ่านผลงานการประกวดตกแต่งเว็บไซต์ส่วนตัว Hi5 หรือ ส่งรูป 1 ใบพร้อมบรรยายใต้ภาพไม่เกิน 5 บรรทัด ในหัวข้อ "My future, inspired by Global Vision (ประสบการณ์ต่างประเทศกับอนาคตของฉัน )"

- Hi 5 ที่เข้าประกวดต้องนำเสนอเนื้อหาน่าสนใจ สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและตรงตามหัวข้อที่กำหนด

- รูปภาพพร้อมคำบรรยายใต้ภาพ มีการนำเสนอมุมมอง ภายใต้หัวข้อ "My future, inspired by Global Vision ( ประสบการณ์ต่างประเทศกับอนาคตของฉัน)" อย่างชัดเจน

คุณสมบัติผู้มีสิทธิส่งผลงานเข้าประกวด

1. เยาวชนหญิงหรือชาย อายุระหว่าง 18-25 ปี 2. สามารถพูดภาษาอังกฤษ และมีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษในระดับปานกลาง

3. ไม่มีประวัติการก่ออาชญากรรม

4. สถานภาพโสด

5. สามารถไปโครงการออแพร์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปีได้

กติกาโดยสังเขป และ การส่งผลงาน 1. เว็บไซด์ส่วนตัว Hi5 ที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นเว็บไซด์ที่ทำขึ้นใหม่ เขียนด้วยข้อความภาษาไทยโดยจะเปิดรับผลงานตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2552 เท่านั้น ผู้เข้าประกวดส่งผลงานได้ที่ comment Hi5 ของ Au Pair Thailand คือ http://headaupairthailand.hi5.com/

ในส่วนของ รูปภาพและคำบรรยายใต้ภาพ สามารถส่งผ่าน อีเมลล์มาได้ที่ staff.apth@gmail.com อย่าลืม!!! แจ้ง ชื่อ นามสกุล(ชื่อเล่น), อายุ, คณะ สาขา ชั้นปี/ มหาวิทยาลัย(จังหวัด) และเบอร์โทรติดต่อกลับมาด้วยนะจ้า สำหรับผู้ที่เรียนจบแล้วให้ แจ้งเป็นชื่อ-นามสกุล อายุ สถานที่เรียนจบมา คณะ/สาขา จังหวัดที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันนี้และเบอร์ติดต่อกลับค่ะ

2. ใน Hi5 ของผู้เข้าประกวดทุกท่านจะต้องปรากฏรูปโลโก้ของ Au Pair Thailand อย่างชัดเจน

3. ให้ผู้เข้าประกวดตั้งชื่อลิงค์ Hi5 ตามกฏเกณฑ์ดังนี้

3.1 ผู้เข้าประกวดที่อยู่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนบน ให้ใช้ชื่อลิงค์ Hi5 ที่ขึ้นต้นว่า "Aupairthailand - NE - ตามด้วยชื่อที่ต้องการ"

3.2 ผู้เข้าประกวดที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และรังสิต ให้ใช้ชื่อลิงค์ Hi5 ที่ขึ้นต้นว่า "Aupairthailand - BKK - ตามด้วยชื่อที่ต้องการ"

3.3 ผู้เข้าประกวดที่อยู่ในเขตภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ให้ใช้ชื่อลิงค์ Hi5 ที่ขึ้นต้นว่า "Aupairthailand - ENE - ตามด้วยชื่อที่ต้องการ"

3.4 ผู้เข้าประกวดที่อยู่ในเขตภาคเหนือและภาคกลาง ให้ใช้ชื่อลิงค์ Hi5 ที่ขึ้นต้นว่า "Aupairthailand - CN - ตามด้วยชื่อที่ต้องการ"

4. Hometown – ให้ระบุชื่อมหาวิทยาลัยที่ผู้เข้าประกวดกำลังศึกษาอยู่ หรือที่เรียนจบมา 5. Location - ให้ระบุจังหวัดที่ตั้งของมหาวิทยาลัย/วิทยาเขต ที่ผู้เข้าประกวดกำลังศึกษาอยู่ และสำหรับคนที่เรียนจบแล้วให้แจ้งเป็นจังหวัดที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน

6. กรณีที่ผู้ผ่านการคัดเลือกไม่สามารถมาเข้าร่วมกิจกรรม GVU CAMP ตามวันเวลาที่กำหนดทางออแพร์ไทยแลนด์ขอสงวนสิทธิ์ในการมอบรางวัลและสิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรม GVU CAMP ให้กับผลงานที่มีคะแนนในลำดับต่อไป

7. การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

เกณฑ์การตัดสินโดยสังเขป

1. การนำเสนอข้อมูลเนื้อหา น่าสนใจ สร้างสรรค์

2. เนื้อหาเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและตรงตามหัวข้อที่กำหนด

3. ความสวยงามในการตกแต่ง

4. แหล่งที่มาของข้อมูล

5. จำนวนผู้เข้าชมที่เข้ามาชมและเสนอความคิดเห็น

คณะกรรมการและสัดส่วนการให้คะแนน

1. กรรมการจากออแพร์ไทยแลนด์

2. ดูจากจำนวนการเข้าชม Hi5 ของผู้เข้าประกวดแต่ละคน

3. อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ

กำหนดการการดำเนินโครงการ

1 ธันวาคม 2551 - 31 มีนาคม 2552 เปิดรับผลงาน Hi5 contest ตอน “My future, inspired by Global vision.” (ประสบการณ์ต่างประเทศกับอนาคตของฉัน)

7 เมษายน 2552 ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด ซึ่งมีสิทธิเข้าร่วมโครงการ GVU CAMP ทางเว็บไซต์http://www.aupairthailand.com/

29 พฤษภาคม 2552 ประกาศรายชื่อตัวแทนจาก 4 ภาค ( ภาคละ 1 คน = 4 คน ) ที่ http://www.aupairthailand.com/

27 มิถุนายน 2552 ประกาศผลผู้ชนะเลิศ Global Vision U Camp 2009

***การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด***

รางวัลที่จะได้รับ

ผู้ชนะเลิศ จะได้รับทุนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมออแพร์ ไปประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 1-2 ปี และทุนการศึกษา 20,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 580,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับที่ 1, 2 และ 3 จะได้รับทุนการศึกษา ท่านละ 10,000 บาท

( *** ผู้ที่ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมค่าย GVU Camp ทุกท่านจะได้รับประกาศนียบัตร และชุดของรางวัลจาก ออแพร์ไทยแลนด์ ***)

นอกจากนี้แล้ว น้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการจะได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ทางด้านการต่างประเทศไปกับวิทยากรผู้รู้ ได้พบเพื่อนใหม่ และอื่นๆ อีกมากมายที่หาไม่ได้ในรั้วมหาวิทยาลัย... แล้วพบกันนะคะ!!!